1xBET | ฟีฟ่า55 | HUC99 | ufabet | royal online | w88ok | kubet | เว็บพนันบอล

ช่องดูบอล: 90minlive | GCLUB55 | Tv Online
ผลฟุตบอล: Livescore.com | MatchReport ss
ตารางคะแนน: พรีเมียร์ลีก | ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก | ยูโรป้า ลีก
อัตราต่อรอง: รีวิวเว็บพนันฟุตบอล
ฟรีทีวี: Trueid.net(ครบทุกช่อง) | Bugaboo.tv | ไทยรัฐทีวี | PPTVHD36
ตรวจหวย: Sanook.com

ดูสนุกเกอร์:
โปรแกรมแข่งขัน : สนุกเกอร์โลก ฤดูกาล 2020-21

อันดับโลก : World Rankings 2020-21
ไลฟ์สกอร์ : LiveScores World snooker
อัตราต่อรอง : WilliamHill
สดทาง FB : มีสนุกเกอร์ดู | SodTv | AGTV Live |
สดทาง PC : TrueHD1 | TrueHD3 (Table1)
สดทาง PC : TrueHD2 | TrueSP7 | TrueSP5 (Table2)
18 มีนาคม 2024


ผลบอลเอฟเอ คัพ แดงเดือผลบอลเอฟเอ คัพ แดงเดือด แมนยู แซงชนะ ลิเวอร์พูล 4-3 ช่วงต่อเวลาด แมนยู แซงชนะ ลิเวอร์พูล 4-3 ช่วงต่อเวลา

ฟุตบอลเอฟเอ คัพ แมนยู ชนะ ลิเวอร์พูล 4-3 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ หลังจากเสมอในเวลาปกติ 2-2 เกมแดงเดือด เอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย คู่นี้พบกันนัดที่ 242 นัดในทุกรายการ แมนฯ ยูไนเต็ด ในม้านั่งสำรองมีชื่อ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กับ เมสัน เมาท์ ที่หายเจ็บ ส่วน อาร่อน วาน บิสซาก้า ฟิตสตาร์ตยืนทางซ้าย กาเซมีโร่ เจ็บทำให้ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ได้เชื่อมเกมแดนกลาง เกมรุกได้ ราสมุส ฮอยลุนด์ ฟิตลงปิดสกอร์ ลิเวอร์พูล ส่ง อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ และ หลุยส์ ดิอาซ ที่ได้พักในเกมยูโรป้า ลีก กลับมาป็นตัวจริง เช่นเดียวกับ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ที่เกมเสมอ แมนฯ ซิตี้ 1-1 เป็นสำรองได้ลงเป็น 11 ตัวจริงเช่นกัน

นาทีที่ 4 แมนฯ ยูไนเต็ด มีลุ้นก่อนเมื่อ มาร์คัส แรชฟอร์ด ได้กดด้วยขวาจากนอกกรอบเล่นเอา ควีวิน เคลเลเฮอร์ ต้องโชว์เซฟแรกของเกมนี้ด้วยการปัดทิ้งออกมา

นาทีที่ 9 โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ กระโดดฮาล์ฟวอลเลย์ด้วยซ้ายจากเสาแรก หวังทะแยงมุมเสียเสาสองแต่ทว่าหลุดออกหลังไปแบบมีลุ้น

นาทีที่ 10  แมนฯ ยูไนเต็ด ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ตามซ้ำลูกที่ ควีวิน เคลเลเฮอร์  เซฟลูกยิงของ อเลฮานโดร การ์นาโช่ ไม่ขาดมาเข้าทาง

อีก 4 นาทีต่อมา หลุยส์ ดิอาซ ตบจากสุดเส้น ให้ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ยิงด้วยซ้ายข้ามคาน 

เกมผ่านครึ่งชั่วโมงแรก แม้ลิเวอร์พูล จะเป็นฝ่ายตามหลัง แต่ก็พยายามเจาะเข้าทำทางสองฝั่งซ้าย-ขวา แต่ทว่าจังหวะสุดท้ายยังไม่คมพอ รวมถึง อ็องเดร โอนาน่า ยังเซฟไว้ได้

นาทีที่ 35  แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไม่ได้ประตูที่ 2 เมื่อ มาร์คัส แรชฟอร์ด จ่ายตบจากเกือบสุดเส้นมาให้ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ยิงแไปตรงตัว ควีวิน เคลเลเฮอร์

นาทีต่อมา ลิเวอร์พูล เกือบตีเสมอ แต่ หลุยส์ ดิอาซ ที่ยิงยัดเสาแรกแต่ อ็องเดร โอนาน่า ปิดมุมปัดไว้ได้

นาทีที่ 37 วาตารุ เอ็นโด แม้จะยิงเข้าไป แต่ลิเวอร์พูล ยังไม่ได้ประตูตีเสมอ เมื่อ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ คนที่จ่ายมาให้อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า

นาทีที่ 44 ดาร์วิน นูนเญซ มาไหลให้ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ กดด้วยด้วยขวาบอลไปแฉลบ ค็อบบี้ ไมนู เปลี่ยนทางเข้าไป ลิเวอร์พูล ตีเสมอ 1-1 

นาทีที่ 45+2 อ็องเดร โอนาน่า เซฟลูกยิงของ ดาร์วิน นูนเญซ มาเข้าทาง โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ยิงจ่อๆ เข้าไป จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล แซงนำ 2-1 

กลับมาครึ่งหลังช่วง 5 นาทีแรก เกมของ ลิเวอร์พูล ยังคงดูดีกว่า และมีโอกาสบุกเข้าไปถึงในพื้นที่สุดท้าย

นาทีที่ 56 โดมินิค โซบอสซ์ไล ได้ตั้งป้อมยิงไกลด้วยขวา เล่นเอา อ็องเดร โอนาน่า ต้องพุ่งปัดสุดตัวออกไป

นาทีที่ 63 อ็องเดร โอนาน่า มาออกแรงเซฟอีกครั้งด้วยการปัดลูกยิงเต็มข้อของ ดาร์วิน นูนเญซ

นาที 71 เอริก เทน ฮาก ปรับเปลี่ยนด้วยการส่ง อันโตนี่ ลงแทน ราสมุส ฮอยลุนด์ และ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ แทน อารอน วาน-บิสซาก้า

แต่แล้วนาทีที่ 105 ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ ตัวสำรอง ยิงไปแฉลบ คริสเตียน เอริคเซ่น เปลี่ยนทางเสียบเสาให้ ลิเวอร์พูล นำ 3-2 และก็จบช่วงพักครึ่งของการต่อเวลา

กลับมาช่วงต่อเวลาครึ่งหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด ส่ง เมสัน เมาท์ ที่เจ็บไปนาน

นาทีที่ 111 แม็คไกวร์ ได้ยิงแต่ไปตรงตัว ควีวิน เคลเลเฮอร์ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไม่ได้ประตูตีเสมอ

นาทีที่ 112 สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ไหลให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ยิงตีเสมอให้แมนฯ ยูไนเต็ด เป็น 3-3

นาทีที่ 116 แมนฯ ยูไนเต็ด เกือบแซงนำจากจังหวะที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด ไหลให้ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ยิงหลุดเสาไปแบบน่าใส่สกอร์

นาทีที่ 121 จากจังหวะเตะมุมของ ลิเวอร์พูล ไม่ดี โดนสวนกลับมา เอลเลียตต์ พลาดบอลมาเข้าทาง การ์นาโช่ จ่ายให้ อาหมัด ดิยัลโล่ ตัวสำรองยิงเข้าไปให้ แมนฯ ยูไนเต็ด นำ 4-3 ก่อนจะถูกไล่ออกหลังจากถอดเสื้อดีใจ และรับใบเหลืองใบที่ 2 เป็นใบแดง และก็จบด้วยสกอร์นี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ต่อไป

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม

แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : อ็องเดร โอนาน่า - ดีโอโก้ ดาโล่ต์, ราฟาแอล วาราน, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, อารอน วาน-บิสซาก้า -สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, ค็อบบี้ ไมนู - อเลฮานโดร การ์นาโช่, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด - ราสมุส ฮอยลุนด์

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : ควีวิน เคลเลเฮอร์ -โจ โกเมซ, จาเรลล์ ควอนซ่าห์, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์จ, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน - อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์, วาตารุ เอ็นโด, โดมินิค โซบอสซ์ไล -โมฮาเหม็ด ซาล่าห์, ดาร์วิน นูนเญซ, หลุยส์ ดิอาซ

เข้าถึง 206